“ยศชนัน” หารืออธิการบดี The University of Osaka ยกระดับความร่วมมือวิจัยไทย–ญี่ปุ่น ชู Semiconductor–Regenerative Biomedicine สู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะ ร่วมหารือกับ Professor Dr. Atsushi Kumanogoh, President of The University of Osaka พร้อมด้วย Professor Mikako Hayashi, Executive Vice President และคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม Science and Technology in Society Forum 2026 (STS Forum 2026) ณ Kyoto International Conference Center (ICC Kyoto) เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้มีความเข้มแข็งและเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ ตลอดจนการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของ The University of Osaka เข้ากับเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำของไทย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อขยายเครือข่ายนักวิจัยและสร้างโจทย์วิจัยร่วมที่ตอบสนองต่อความท้าทายและความต้องการของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงผลสำเร็จของการจัดงาน UOsaka–NRCT Research Connect 2026 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนักวิจัยและนักศึกษาของไทยและญี่ปุ่น เปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และประสบการณ์ ตลอดจนสร้างโอกาสในการพัฒนาเครือข่ายและต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยในระยะยาว
สำหรับทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ 2 สาขายุทธศาสตร์ ได้แก่ Semiconductor และ Regenerative Biomedicine ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในอนาคต โดยมุ่งผลักดันความร่วมมือให้ก้าวจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปสู่การดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาโครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนและเคลื่อนย้ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรทักษะสูง การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการส่งเสริมกลไกทุนวิจัยและความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่น จากการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไปสู่ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างผลงานและผลลัพธ์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวง อว. และ วช. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ เพื่อพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มแข็ง พร้อมผลักดันความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ และสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ