วช. นำประเด็นระบบนิเวศนวัตกรรม เสนอในการประชุม “Nurturing Innovation-based Startups” ในงาน STS forum 2026 นำผลงานและเส้นทางสตาร์ทอัพไทย ร่วมแลกเปลี่ยน
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมคู่ขนาน (Concurrent Session) หัวข้อ “Nurturing Innovation-based Startups” หรือ “การส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ภายในการประชุม Science and Technology in Society forum 2026 (STS forum 2026) ณ Kyoto International Conference Center เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมี Prof. Shigeo Kagami จาก The University of Tokyo ประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่ประธานการประชุม (Chair of Session)
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า หน่วยงานให้ทุนวิจัยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพฐานนวัตกรรม โดยการสนับสนุนไม่ควรสิ้นสุดเพียงการให้ทุนแก่โครงการวิจัย แต่ควรเชื่อมโยงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางของนวัตกรรม ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบและยืนยันประสิทธิภาพ การพัฒนาต้นแบบ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และการขยายตลาด
โดยเฉพาะสตาร์ทอัพที่มีฐานจากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาและมีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับแต่ละช่วงของการเติบโต พร้อมสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง นักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ภาครัฐ และผู้ใช้งาน เพื่อให้ผลงานวิจัยที่มีศักยภาพสามารถก้าวข้ามช่องว่างจากห้องปฏิบัติการไปสู่ตลาด และพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ วช. ได้ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำในต่างประเทศอีก 5 ท่าน ได้แก่ Dr. Yu Hiraoka, CEO, GramEye Inc. และ M.D., Graduate School of Medicine, Faculty of Medicine, The University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น; Ms. Laural Porth-Jones, Acting Vice-President, Industry and Innovation Division and Industrial Research Assistance Program, National Research Council Canada (NRC) ประเทศแคนาดา; Prof. Dr. Oded Rechavi, Professor, School of Neurobiology, Biochemistry and Biophysics, Tel Aviv University ประเทศอิสราเอล; Dr. Andreas Schwarz, Head of Cabinet to Commissioner Ekaterina Zaharieva, European Commission สหภาพยุโรป และ Mr. Kee Wong, Founder and Managing Director, e-Centric Innovations Pty Ltd ประเทศออสเตรเลีย
ศาสตราจารย์ ดร.สนอง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการลงทุนใน “คน” ควบคู่กับการลงทุนใน “งานวิจัย” เพราะบุคลากรวิจัยคือหัวใจสำคัญของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาสตาร์ทอัพ โดย วช. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับเยาวชน นักศึกษา นักวิจัยรุ่นใหม่ ไปจนถึงนักวิจัยอาวุโส พร้อมสนับสนุนงานวิจัยตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้พื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์ การพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการผลักดันผลงานสู่การใช้ประโยชน์และการต่อยอดเชิงพาณิชย์
พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ซึ่งสามารถพัฒนาจากแนวคิดและองค์ความรู้วิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์และการจัดตั้งสตาร์ทอัพ สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างนวัตกรรมให้เกิดผลสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยทั้งการสนับสนุนระยะยาว การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้พบปะผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนแนวคิด และสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้งานวิจัยในวันนี้พัฒนาไปสู่นวัตกรรมและธุรกิจที่สร้างคุณค่าให้แก่ประเทศในอนาคต
การอภิปรายยังครอบคลุมปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสตาร์ทอัพฐานนวัตกรรม ทั้งการสร้างเส้นทางจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การพัฒนาทักษะของนักวิจัยและผู้ประกอบการ การเข้าถึงเงินทุนระยะยาวสำหรับสตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้ประกอบการ ตลอดจนนโยบายและกรอบการกำกับดูแลที่เอื้อต่อนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นของสังคม รวมถึงการสนับสนุนให้สตาร์ทอัพสามารถขยายตลาดและเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติ
การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยที่ไม่ได้มุ่งเพียงสร้างองค์ความรู้ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ผ่านการพัฒนากำลังคน การเชื่อมโยงเครือข่าย และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการต่อยอดงานวิจัยสู่นวัตกรรมและธุรกิจ โดย วช. พร้อมนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายจากเวทีนานาชาติมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้งานวิจัยและนวัตกรรมของไทยสามารถก้าวจาก “ห้องปฏิบัติการสู่ตลาด” สร้างธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ