วช. เปิดเวที NRCT Forum 2026 ชูวิจัยและนวัตกรรม พาประเทศไทยฝ่าวิกฤตอากาศแปรปรวนและภัยพิบัติ สู่การปรับตัวในโลกอนาคต*

วันที่ 30 ต.ค. 2026
4 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. เปิดเวที NRCT Forum 2026 ชูวิจัยและนวัตกรรม พาประเทศไทยฝ่าวิกฤตอากาศแปรปรวนและภัยพิบัติ สู่การปรับตัวในโลกอนาคต*

 

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเสวนาเรื่อง “วิจัยและนวัตกรรม ทางรอด วิบัติภัย อากาศแปรปรวน โลกร้อน” ภายในงาน NRCT Forum 2026 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี ภายใต้แนวคิด “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “ภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การวิจัยและนวัตกรรมจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาระบบเตือนภัย และเพิ่มขีดความสามารถในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม การจัดเวทีเสวนาครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ครอบคลุมทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม ภาวะโลกร้อน และผลกระทบต่อทะเล เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงสถานการณ์ ความเสี่ยง แนวทางการรับมืออย่างรอบด้าน และส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยประกอบการตัดสินใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้วิจัยและนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อม ลดความเสี่ยง และบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศได้อย่างยั่งยืน 

 

ภายในเวทีเสวนาได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) วช. และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมนำเสนอในประเด็นความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวและการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารและโครงการสร้างพื้นฐาน รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในประเด็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำ ในขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมสะท้อนความสำคัญของการศึกษาความเสี่ยงดินโคลนถล่ม การเฝ้าระวังพื้นที่เปราะบาง พร้อมการแจ้งเตือนภัยในจังหวัดภูเก็ตที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ รวมถึงการนำองค์ความรู้มาใช้ในการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และ ดร.เพชร มโนปวิตร จากเครือข่าย 30x30 Thailand Coalition และองค์กร WildAid ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อทะเลไทย ความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล โดยมีคุณนิตยา กีรติเสริมสิน จากไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถาม

 

นอกจากนี้ เวทีเสวนายังมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัยสู่การบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ด้วยการยกระดับระบบข้อมูลและการเตือนภัยพิบัติ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ การสร้างกลไกเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย 

 

ทั้งนี้ วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับภัยพิบัติและความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม